In ข่าวสาร

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงจับสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ตลาดเซฟวัน

กว่า13,000 รายการ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย

 

แถลงข่าวผลการ

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท .ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร. พ.ต.อ.วรณัฐ ผันผ่อน รรท.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.คณิสร มณีรัตน์ สว.ว.ทา.2 กก.1บก.ทท.2 (นครราชสีมา) และเจ้าหน้าที่ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมการปิดล้อมตรวจค้นตลาดเซฟวัน

โดยยึดของกลางเป็น สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า อาทิ ลาโพงบลูทูธยี่ห้อ Bose, JBL, กระเป๋าแบรนด์เนม เช่น หลุยส์ วิตตอง, พราด้า, กุชชี่ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เช่น เสื้อ กางเกง รองเท้า เข็มขัด แว่นตา หลากหลายยี่ห้อ Rayban, Nike, ADIDAS, UNDER ARMOUR กว่า13000รายการ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาได้ 11 รายซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาด

 

พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จึงสั่งการให้ดำเนินการปราบปราม โดยเน้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ปรากฎในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ และข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน

 

จากการสืบสวนพบว่า ตลาดเซฟวัน เป็นแหล่งใหญ่ในการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า จึงทำการตรวจค้น โดยในวันนี้ปูพรม 50 ร้านค้า ตรวจยึดสินค้ากว่า 13000 รายการ ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจหัวอกของพ่อค้าแม่ค้าแต่ในวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปนานาชาติได้มีการจับตาประเทศไทย ดังนั้นต้องขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าให้หยุดพฤติกรรมขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และดำเนินการปราบปรามควบคู่การสกัดกั้น ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับกสทช.ตัวแทนสถานฑูตอเมริกา โดยสถานการณ์ขณะนี้เป็นที่พอใจทำให้สหรัฐยกสถานะประเทศไทยเป็นบัญชีจับตาเท่านั้น

หลังจากนี้ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ถือเป็นพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะ เกาะสมุย ป่าตอง พัทยา เชียงใหม่ ดังนั้นจำต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หากยังดาเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ขยายผลถึงนายทุนตลอดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป

 

Recommended Posts