In ข่าวสาร

สรุปผลการปฏิบัติของ ศปอส.ตร ร่วมกับ ปปง. ยึดทรัพย์ในฐานความผิด ตามนโยบายของรัฐบาล

สรุปผลการปฏิบัติของ ศปอส.ตร ร่วมกับ ปปง. ยึดทรัพย์ในฐานความผิด ตามนโยบายของรัฐบาล ปปง. ยึดจำนำข้าวอีกรอบ! พร้อมผนึกกำลัง ศปอส.ตร. ชูการทำงานบูรณาการเชิงรุก เดินหน้ายึดอายัดทรัพย์สินเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี วันที่ 29 มกราคม 2562 พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์  แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน/ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พลตำรวจตรี ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. พลตำรวจโท ปิยะ  อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ. ศปอส.ตร. และ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์  หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง/รอง ผอ. ศปอส.ตร./หัวหน้าชุดปราบปราม ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานระหว่างสำนักงาน ปปง. และ ศปอส.ตร. รวมทั้งคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ บริเวณชั้น 1 อาคารสำนักงาน ปปง.

ปปง

 

พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์  แสงคร้าม รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการบูรณาการกำลังปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ  และที่เป็นมูลฐานความผิดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นวงกว้างโดยอาศัยช่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เช่น  Facebook , LINE ในการหลอกลวงผู้เสียหาย อย่างจริงจังและเด็ดขาด สำนักงาน ปปง. จึงมุ่งมั่นเพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน สำนักงาน ปปง. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ปปง. (ศปก.ปปง.) ผ่านทางสายด่วน 1710 และมีการบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ผ่านช่องทางสายด่วน 1155 โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ทำให้สามารถชะลอการถอนเงินจากมิจฉาชีพและคืนเงินให้กับผู้เสียหายทั้งเต็มจำนวนและบางส่วนเพื่อเป็นการเยียวยาประชาชน ต่อมาได้มีการยกระดับการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ เช่น เฟสบุ้ค แอพพลิเคชั่นไลน์ โรแมนซ์ สแกม เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การทำงานในลักษณะบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถระงับ การกระทำความผิดของมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

 

 

นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการยึดอายัดทรัพย์สินผู้กระทำความผิดภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเข้มข้นและจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับ การทุจริตคอร์รัปชั่น การฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินนอกระบบ ทั้งนี้เกี่ยวกับรายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนที่มีความคืบหน้า คือ คดีที่เกี่ยวกับการทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง กับพวก โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินไปแล้ว จำนวน 11 คำสั่ง รวมมูลค่า 15,795 ล้านบาทเศษ

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 สำนักงาน ปปง. ได้เสนอเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 50 ล้าน และเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 เลขาธิการ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยในคดีนี้ เพิ่มเติมอีก จำนวน 269 ล้านบาทเศษ เนื่องจากตรวจสอบเพิ่มเติมพบเงินสดที่อยู่ในบัญชีเงินฝากธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีนี้ รวมจำนวนยึดอายัดทรัพย์สินทั้งสิ้น 12 คำสั่ง รวมมูลค่าประมาณ 16,114 ล้านบาท ต่อมาในวันเดียวกันศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สิน จำนวน 2 คำสั่ง ตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่า 11,078.90 ล้านบาท

 

พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง/รอง ผอ.ศปอส.ตร. กล่าวว่า  สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้จัดตั้ง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  สํานักงานตํารวจแห่งชาติ  โดยมี พลตำรวจเอก รุ่งโรจน์  แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และพลตำรวจโท สุรเชษฐ์  หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  เป็นหัวหน้าชุดปราบปราม  ได้ดำเนินการ  ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาโดยตลอด

 

ทั้งนี้ จากผลการปฏิบัติงานของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  สํานักงานตํารวจแห่งชาติ  สามารถดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินผู้กระทำความผิดตามมูลฐานของกฎหมาย ปปง. ได้เป็นจำนวนมากรวมทั้งสิ้นประมาณ 17,136,911,806 บาท (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยสามสิบหกล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยหกบาทถ้วน)  โดยแบ่งเป็นประเภท

 

 

 

ผลจากการดำเนินการสามารถยึดทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหายได้เป็นจำนวนมาก  บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ได้รับการชดใช้ความเสียหายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งในการดำเนินการร่วมกันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงาน ปปง. เป็นการบูรณาการกำลังเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินการด้านการยึดทรัพย์กับผู้ต้องหา  และดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับกลุ่มผู้กระทำความผิดที่อยู่เบื้องหลังแบบ  ขุดราก ถอนโคน ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่  ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล

ทั้งนี้ การดำเนินการในลักษณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงาน ปปง. จะร่วมกันทำงานอย่างนี้ต่อไป เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อให้สังคมมีความสงบสุขเรียบร้อย โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จะสานต่อแนวทางในการทำงานร่วมกันเชิงบูรณาการเช่นนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน

และประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ หากประชาชนพบการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแส

มายังสำนักงาน ปปง. ได้ที่สายด่วน ปปง. 1710 และสายด่วน ศปอส.ตร. 1155

Recommended Posts