In ข่าวสาร

รับตัวผู้ต้องหา แก๊งโรแมนซ์สแกม จำนวน 10 คน จากประเทศมาเลเซีย

รับตัวผู้ต้องหา แก๊งโรแมนซ์สแกม จำนวน 10 คน จากประเทศมาเลเซีย ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามเครือข่ายแก็งคอลเซ็นเตอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่หลอกหลวงประชาชนได้รับความเดือดร้อน

รับตัวผู้ต้องหา

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปรามปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยมอบหมาย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ โดยได้ทำการสืบสวนและปราบปรามจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง

ตามที่เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. หน.ชุดปราบปราม พร้อมคณะทำงาน ได้บุกเข้าปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาใน 7 จุด ในย่านที่พักอาศัย กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (จับกุมผู้ต้องหารวม 14 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 4 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 10 ราย) และอีก 3 จุด ในประเทศไทย (จับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 3 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 1 ราย) รวมปฏิบัติการพร้อมกัน 2 ประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 18 ราย (บุคคลสัญชาติไทย 7 ราย และสัญชาติไนจีเรีย 11 ราย)

 

ต่อมาวันที่ 7 ก.พ.62 เวลาประมาณ 20.00 น. ทางประเทศมาเลเซียได้ประสานส่งตัวผู้ต้องหาซึ่งมีหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงใหม่  ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” จำนวน 10 คน ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รับตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในวันนี้ 8 ก.พ.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมชุดปฏิบัติการสยบไพรี ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน มาตรวจร่างกาย และจัดเก็บสารพันธุกรรม โดยแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ และสอบปากคำผู้ต้องหาที่ ศปอส.ตร.

สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมครั้งนี้ เป็นการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในต่างประเทศครั้งที่ 10 ใน 7 ประเทศ นับเป็นความสำเร็จในการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ตามแนวทาง One World One Team หรือ ตำรวจเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก”

 

 

สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 10 ครั้ง / 7 ประเทศ

 ครั้งที่ 1 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2561

จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 คน

เป็นคนไต้หวัน จำนวน 3 คน, คนมาเลเซีย 2 คน

.

ครั้งที่ 2 ประเทศกัมพูชา  เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2561

จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 37 คน

เป็นคนไต้หวัน 6 คน, คนไทย 26 คน และคนกัมพูชา 5 คน

.

ครั้งที่ 3 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2561

จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 16 คน

เป็นคนไต้หวัน 5 คน และคนไทย 11 คน

.

ครั้งที่ 4 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองดูไบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2561

จับผู้ต้องหา จำนวน 24 คน

เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 23 คน

.

ครั้งที่ 5 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มณฑลฝูเจี้ยน  เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561

จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 คน

เป็นคนไต้หวัน 1 คน และคนไทย 6 คน

.

ครั้งที่ 6 ไต้หวัน เมืองไถ่หนาน  เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2561

จับผู้ต้องหา  จำนวน 21 คน

เป็นคนไต้หวันทั้งหมด 21 คน

.

ครั้งที่ 7 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561

จับผู้ต้องหา จำนวน 12 คน

เป็นคนไต้หวัน 2 คน และคนไทย 10 คน

.

ครั้งที่ 8 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2561

จับผู้ต้องหา จำนวน 19 คน

เป็นคนไต้หวัน 3 คน และคนไทย 16 คน

.

ครั้งที่ 9 ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2561

จับผู้ต้องหา จำนวน 19 คน

เป็นคนไต้หวัน 2 คน และคนไทย 17 คน

.

ครั้งที่ 10 ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562

จับผู้ต้องหา จำนวน 14 คน

เป็นคนไนจีเรีย 10 คน และคนไทย 4 คน

.

รวมจับกุมผู้ต้องหา ทั้งสิ้น 174 คน เป็นคนไต้หวัน 44 คน, คนไทย 113 คน,

คนมาเลเซีย 2 คน, คนกัมพูชา 5 คน และคนไนจีเรีย 11 คน

Recommended Posts