In ข่าวสาร

ผลการจับกุมของ ชุดปฏิบัติการ TICAC

ผลการจับกุมของ ชุดปฏิบัติการ TICAC ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี การล่วงละเมิดเด็กและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้ง ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศพดส.(4) และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3/ หน.ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC เพื่อเร่งดำเนินการสืบสวนแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ผลการจับกุมของ

 

ชุดปฏิบัติการ TICAC ดำเนินการสืบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงระหว่างวันที่ 9 พ.ย.61- 25 ม.ค.62 มีผลงานการจับกุมทั้งหมด 14 คดี เป็นข้อหาค้ามนุษย์ 5 คดี และ ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก 9 คดี มีผู้ต้องหา 15 คน เป็นสัญชาติไทย 12 คน เมียนม่า 1 คน ออสเตรีย 1 คน และเยอรมัน 1 คน และยังสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ 1 คนและเด็ก 11 คน โดยดำเนินการใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และโดยที่การกระทำความผิดเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตยากต่อการควบคุม การสืบสวนจึงต้องรวดเร็วและครอบคลุม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองอย่างทันท่วงที ตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

 

คดีที่ 1 โดยความร่วมมือของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(TICAC), National center for missing & exploited children (NCMEC) และ INTERPOL พบ ภาพพระล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายบนอินเตอร์เน็ต จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายศิครินทร์ คล้ายสุวรรณ อายุ 40 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการส่วนกลาง TICAC ได้เข้าตรวจค้นที่พัก(กุฏิ) ของผู้ต้องหา พบสื่อลามกอนาจารเด็กชายเป็นจำนวนมากเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จึงจับกุมและ แจ้งข้อหา “มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครองเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขยายผลต่อเนื่องทราบว่าผู้ต้องหามีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายในซึ่งอยู่ในชุมชนที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระอยู่ จึงดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหา “พรากเด็กและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-400,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมาแล้วกว่า 10 ปี โดยเปลี่ยนวัดจำพรรษาไปเรื่อย ๆ มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กชายตั้งแต่ก่อนบวชพระ ยอมรับว่า ล่อลวงละเมิดทางเพศเด็กชายในละแวกวัด และถ่ายภาพเก็บสะสมไว้จริง มีนิสัยชอบเสพและเก็บสะสมสื่อลามกอนาจารเด็กชายไว้เป็นจำนวนมาก โดยรวบรวมมาจากเว็บไซต์และกลุ่มไลน์ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กชายจำนวนหลายกลุ่มที่ตนจ่ายเงินเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมแอดมินกลุ่มมาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

 

 

คดีที่ 2 จากการสืบสวนและจับกุมแอดมินกลุ่มสังคมออนไลน์ LINE และ VK ใน จ.นครราชสีมา ที่เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กหญิงระดับประถม-มัธยม ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ TICAC และขยายผลสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พบว่ามีผู้กระทำความผิดในกลุ่มดังกล่าวอีก คือ นายดนัยณัฐ์ แสงพันธ์ อายุ 30 ปี ซึ่งบวชเป็นพระอยู่ในวัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เป็นผู้กระทำผิดในอีกคดีหนึ่ง เมื่อ 24 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ TICAC จึงได้เข้าตรวจค้นกุฏิของผู้ต้องหาพบสื่อลามกอนาจารเด็กหญิงเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก จึงจับกุมแจ้งข้อหา “มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า บวชเป็นพระมากว่า 6 ปี มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างดี ทำหน้าที่เลขาเจ้าคณะตำบล แต่มีรสนิยมทางเพศชอบเด็กหญิงอายุน้อย ใช้วิธีค้นหาเด็กผู้หญิงอายุน้อยจากแอพ BeeTalk มาพูดคุยเปิดกล้องบนแอพ LINE โดยขณะพูดคุยตนเองจะปกปิดความเป็นพระ โดยสวมวิกผมและแต่งชุดคอสเพลย์เด็กนักเรียนหญิงญี่ปุ่น แล้วพูดคุยชักชวนเด็กผู้หญิงให้เปลือยกาย หรือส่งภาพหรือคลิปเปลือยมาให้ตนเอง เพื่อเก็บสะสมและใช้สำเร็จความใคร่ มีเด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

 

 

คดีที่ 3 ตามที่ ชุดปฏิบัติการ TICAC ได้มีการประสานข้อมูลกับ FBI เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในระบบอินเตอร์เน็ตมาโดยตลอด และในคดีนี้ FBI ได้ตรวจพบว่า มีการดาวน์โหลดสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นจำนวนมาก โดยแหล่งที่ดาวน์โหลดอยู่ในประเทศไทย จึงได้ประสานข้อมูลมายัง ชุดปฏิบัติการ TICAC เพื่อทำการสืบสวน ผลการสืบสวนทราบชื่อผู้กระทำความผิด คือ Mr.CHRISTIAN KUZNIA อายุ 82 ปี สัญชาติเยอรมัน ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไทยมากว่า 15 ปี วันที่ 25 ม.ค.62 ชุดปฏิบัติการ TICAC ได้เข้าตรวจค้นที่พัก พบว่าผู้ต้องหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย จึงได้ตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และหลักฐานอื่นๆ พร้อมทั้งตั้งข้อหา “มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครอง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองโดยผิดกฎหมาย” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 และชุดปฏิบัติการ TICAC จะได้ดำเนินการสืบจับกุม และการปราบปรามการล่วงละเมิด
ทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตโดยต่อเนื่องต่อไป

 

Recommended Posts