In ข่าวสาร

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 22 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 22 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

 

 

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลัง พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.ธนารัตน์ มีทองหลาง รองผกก.สส.สภ.ชนบท สนธิกำลังตำรวจศปอส.ตร. ตำรวจท่องเที่ยว ทหาร และฝ่ายปกครอง สำนักงานปปง. รวม 100 นาย เปิดปฎิบัติการตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ปูพรมตรวจค้น 18 จุด ในพื้นที่จ.สงขลาและกรุงเทพ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

โดยปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์ 15 จุด ในพื้นที่จ.สงขลา เบื้องต้นได้ทำการยึดโครงการบ้านจัดสรร 5 โครงการ จำนวน 200 หลังคาเรือน,อาคารพาณิชย์ จำนวน 120 คูหา,โรงแรม และอพาร์ทเมนท์ จำนวน 3 แห่ง,บริษัท ทรัพย์ทวี 55 จำกัด จำนวน 1 แห่ง,บริษัท หาดใหญ่ เอสเค คอนกรีต จำนวน 1 แห่ง,บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 2 หลัง และรถยนต์, รถกระบะ และอื่นๆ จำนวน13 คันรวมถึงทรัพย์สินและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ มูลค่ารวมกว่า 3115 ล้านบาท
พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” แก่นายสุรศักดิ์ ลีลาวรเศรษฐ์, นายสุรเชษฐ์ ลีลาวรเศรษฐ์, นาย กิตติชัย บุญหลง และ น.ส.สุทิตย์ สุวรรณโชติ

นอกจากนี้กำลังอีกส่วนได้ไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานความเชื่อมโยง ในพื้นที่จ.สงขลาและกรุงเทพ รวม 3 จุด ประกอบไปด้วยบ้านเลขที่ 46 -48 ถนนกำพลอุทิศ ตำบลและอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบ้านของนายจารุภัทร สวนแก้ว ,บ้านเลขที่ 360 ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของนายพิสิฐ ตื้อสกุล และบ้านเลขที่8 ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวพิมพา พิทยาอิสรกุล หลังได้เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายทุนเงินกู้นอกระบบกระทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน โดยยึดโฉนดที่ดินเอกสารที่เกี่ยวข้องไปทำการตรวจสอบ

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามในพื้นที่อีสานเหนือมาแล้ว ในอ.กระนวน จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดเลย จังหวัดร้อยเอ็ด จ.หนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย และ อ.ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเลย และได้ขยายผลมายังพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
ทั้งนี้ในส่วนพฤติกรรมของกลุ่มนายทุนยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆในแถบอีสาน คือการให้ลูกหนี้เซ็นในกระดาษเปล่า รวมทั้งมีการทำขายฝาก ขายจำนองไม่ถูกต้อง ซึ่งหลังจากนี้จะขยายผลในทุกพื้นที่ รวมทั้งจัดระเบียบฟิโกไฟแนนซ์ รวมทั้งไฟแนนซ์ ที่ดำเนินการผิดข้อบังคับผิดเงื่อนไข ของกระทรวงการคลัง อีกทั้งจะขยายผลในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่ภาคใต้ และกรุงเทพ ปริมณฑล หลังพบมีนายทุนในลักษณะแก๊งหมวกกันน็อคเป็นจำนวนมาก สำหรับปัญหาหนี้นอกระบบทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชน

 

โดยในวันพรุงนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหนี้นอกระบบและนายทุนดอกเบี้ยโหด ที่จ.สงขลา ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่หก มีลูกหนี้ได้รับโฉนดคืน 688 ราย 823 ฉบับ เนื้อที่ 840 ไร่ 3 งาน
ราคาประเมิน 1,814 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (25 ธันวาคม 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พลตำรวจตรี ปรีดา เปี่ยมวารี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน่วยทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 22 โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นและยึด/อายัดทรัพย์สินและหาพยานหลักฐานของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหา ในพื้นที่จังหวัดสงขลา และกรุงเทพมหานคร รวม 6 เป้าหมาย 18 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้

​1.แจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม” ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ ลีลาวรเศรษฐ์, นายสุรเชษฐ์ ลีลาวรเศรษฐ์, นาย กิตติชัย บุญหลง และ น.ส.สุทิตย์ สุวรรณโชติ
​2.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
​​2.1 โครงการบ้านจัดสรร 5 โครงการ​จำนวน ​200 ​หลังคาเรือน
2.2 อาคารพาณิชย์​​​จำนวน 120​คูหา
2.3 โรงแรม และอพาร์ทเมนท์​​จำนวน 3​แห่ง
2.4 บริษัท ทรัพย์ทวี 55 จำกัด​​จำนวน ​ 1​แห่ง
2.5 บริษัท หาดใหญ่ เอสเค คอนกรีต​จำนวน 1​แห่ง
2.6 บ้านพร้อมที่ดิน​​​จำนวน 2​หลัง
​​2.7 รถยนต์, รถกระบะ และอื่นๆ​จำนวน 13​คัน
​​รวมถึงทรัพย์สินและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ
​​​​

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 3,115 ล้านบาท

 

   

 

Recommended Posts