In ข่าวสาร

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 21 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 21 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

ปฏิบัติการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (11 ธันวาคม 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พลตำรวจตรี บุญลือ กอบางยาง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พลตำรวจตรี วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหน่วยทหาร ในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 21

 

โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นและยึดอายัดทรัพย์สินและหาพยานหลักฐานของกลุ่มนายทุนเงินกู้

ผู้ต้องหา ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี รวม 7 เป้าหมาย 10 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้

​1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายบัญชา ฐิติวัฒนาการ และ นางสาว นิจารีย์ โพธิ์มนต์ดี
​2.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
​- ที่ดิน​​​​จำนวน ​​14 ​ไร่ ​
​- บ้านพร้อมที่ดิน​​จำนวน​​1​หลัง
​- อาคารที่พักอาศัย ​​จำนวน ​​1 ​หลัง
​- อาคารซักรีด+เครื่องจักร​จำนวน ​​1 ​หลัง
​- อาคารห้องเย็น ​​จำนวน ​​1 ​หลัง​
​- อาคารเก็บสินค้า ​​จำนวน ​​1 ​หลัง
​- ห้องแถวตลาดไทยอีสาน​จำนวน ​1​คูหา
​- รถยนต์, รถตู้ และจักรยานยนต์ จำนวน​​14​คัน
รวมถึงทรัพย์สินและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ
​​ มูลค่าทรัพย์สินรวม 527 ล้านบาท
​3.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 374 ฉบับ มูลค่ารวม 1,122 ล้านบาท
รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนหลายรายการ

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,649 ล้านบาท

   

Recommended Posts