In ข่าวสาร

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่”

ครั้งที่ 19 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 19 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

ปฏิบัติการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (27 พฤศจิกายน 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พลตำรวจตรี มาโนช สุภาพพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมด้วยหน่วยทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ ๑9 โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นและยึด/อายัดทรัพย์สินและหาพยานหลักฐานของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหา ในพื้นที่จังหวัดเลย และหนองบัวลำภู รวม 12 เป้าหมาย 12 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้

​1.แจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 5 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ประกอบด้วย นายอนุวัตร วงศ์กวีไพโรจน์, นางกัญญาภัก พัฒนชัยกุล, นางอรวีร์ สมจิตร, นายประกฤษฎ์ สถิตชาญวุฒิ และนางมุกดา คำเมือง
​2.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
​​2.1 อาคารพาณิชย์​​​จำนวน ​​1​แห่ง
​​2.2 บ้านพร้อมที่ดิน​​​จำนวน ​​6​หลัง
​​2.3 รถยนต์​​​​จำนวน​​10​คัน
​​รวมถึงทรัพย์สินและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ
​​​​มูลค่าทรัพย์สินรวม 128.8 ล้านบาท
​3.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 61 ฉบับ มูลค่ารวม 30.5 ล้านบาท
รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนหลายรายการ

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 159.3 ล้านบาท

 

Recommended Posts