In ข่าวสาร

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 25 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3

ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่”  ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

 

ปฏิบัติการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (16 มกราคม 2562) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.)

โดย พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี บุญลือ กอบางยาง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และพลตำรวจตรีไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 และชุดปฏิบัติการ ศปฉช.ตร. ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, พลตำรวจตรี ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ ธนภาค ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี, พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ, พลตำรวจตรี ภิญโญ หวลกสินธุ์ ผบก.ภ.จว.ยโสธร พลตำรวจตรี วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พลตำรวจตรี ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และ พลตำรวจตรี วีรพล เจริญศิริ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยหน่วยทหารในพื้นที่ ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่”ครั้งที่ 25 ปิดล้อมตรวจค้นยึด/อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ยโสธร, นครราชสีมา, สุรินทร์ และบุรีรัมย์ รวม 20 ราย 37 จุด

 

 

โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้

​1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 12 คน ประกอบด้วย นายสุรชัย พงษ์เฉลียว, นางเสาวนีย์ ตั้งวงษ์, นางรุ่งนภา คาเนจา, นายมันโมฮัน ซิงห์ คาเนจา, นางกมลรัตน์ จึงวัฒนตระกูล, นายอดิคุณ โพธิมะโน, นายประวิทย์ ธนะทรัพย์ชูศักดิ์, นายสมใจ เหล่าชายเชื้อ, นางเพชรรัตน์ พรมพันธ์, นางประวีณา วงค์กลม, นายชวลิต ลิบประเสริฐ และนางพุทธชาด ศรีสุริยันโยธิน
และแจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายรัศมี เข็มเพชร
ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”

​2.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา มูลค่า 156.7 ล้านบาท ประกอบด้วย
​​2.1 อาคารพาณิชย์​​​จำนวน ​​18​​คูหา
​​2.2 บ้านพร้อมที่ดิน​​​จำนวน ​​5​​หลัง
​​2.3 เงินสด​​​​จำนวน​​300,000 ​บาท
​​2.4 คอนโด​​​​จำนวน​​1​​หลัง
​​2.5 รถยนต์,รถสิบล้อ และรถไถ​​จำนวน​​54​​คัน

​3.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 496 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,709 ไร่ มูลค่า 784.3 ล้านบาท
พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดีอีกหลายรายการ
รวมมูลค่าทั้งสิ้น 941 ล้านบาท

 

   

 

 

เมื่อวันที่16 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ,พล.ต.ต พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ เลขานุการกรมสำนักงานปปง.ทพ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลัง พล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.3 พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.ธนารัตน์ มีทองหลาง รองผกก.สส.สภ.ชนบท สนธิกำลัง ศปอส.ตร. ปูพรมตรวจค้น 37จุดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี, ยโสธร,อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์ และนครราชสีมา

ตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์ โดยเน้นหนักไปในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยจุดแรกตรวจค้นเต็นท์รถ โอเค ดีรถ เลขที่ 510 ม1 ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ ซึ่งเป็นของนายสุรชัย พงษ์เฉลียว หลังพบว่ามีเป็นลิสซิ่งปล่อยดอกเบี้ยกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งนี้ได้จับกุมนายสุรชัย พร้อมยึดรถยนต์จำนวนกว่า 47 คัน โฉนดที่ดินจำนวนมาก จากนั้นได้ไปตรวจค้นร้านเทอดไท ค้าไม้ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง เบื้องต้นได้ตรวจยึดโฉนดที่ดินไปทำการตรวจสอบ และจุดสุดท้ายคือการไปตรวจค้นบ้านของนายมันโมฮัน คาเนจา และ น.ส.รุ่งนภา คาเนจา สองสามีภรรยา ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้ทางตำรวจได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมการปล่อยเงินกู้ โดยมีที่ดินเป็นหลักประกัน และ นำสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ มาขายในลักษณะเงินผ่อน เก็บเงินค่าสินค้าเป็นรายวัน โดยทำมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายมันโมฮันฯ เป็นคนสัญชาติอินเดีย เข้ามาไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ก่อนที่จะมาพบรักกับน.ส.รุ่งนภา และแต่งงานกันมาแล้วประมาณ 10 ปี มีบุตร 3 คน โดยระหว่างอยู่เมืองไทยได้ ใช้วีซ่าดูแลครอบครัว และ มีใบอนุญาตทำงาน ลักษณะดูแลการตลาด ติดตามลูกค้า ทำงานเกี่ยวกับการตลาด โดยจากนี้จะเพิกถอนวีซ่าและขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ผักดันออกนอกประเทศต่อไป

นอกจากนี้ยังตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดยโสธร ตรวจค้นนายทุน 4 ราย 7 จุด ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ตรวจค้นนายทุน 2 ราย 3 จุด ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจค้นนายทุน 1 ราย 3 จุด รวมทั้งตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญ เร่งรัดขับเคลื่อนแก้ไข จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายที่ดินคืนให้กับประชาชน เพิ่งขอยืนยันว่าหลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการความเข้มข้นในการดำเนินการ โดยนำมาตรการทางกฎหมายเข้ามาใช้สามส่วนประกอบไปด้วย มาตรการทางภาษีของกรมสรรพากร มาตรการยึดทรัพย์ของสำนักงานปปง. และมาตรการกฎหมายอาญาฟอกเงิน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานที่ตรวจยึดได้ทั้งหนังสือสัญญากู้ สัญญาจำนอง พบว่ากลุ่มนายทุนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมในลักษณะเดิมคือให้ลูกหนี้ลงชื่อในกระดาษเปล่า ซึ่งจากการปิดล้อมครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 13 ราย ยึดอายัดทรัพย์ 941 ล้านบาท แบ่งเป็นโฉนดที่ดิน 496 ฉบับ เนื้อที่ 1709 ไร่ มูลค่า784.3 ล้านบาท รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆอีกหลายรายการกว่า 156.7 ล้านบาท พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบไปด้วย นายสุรชัย พงษ์เฉลียว, นางเสาวนีย์ ตั้งวงษ์, นางรุ่งนภา คาเนจา, นายมันโมฮัน ซิงห์ คาเนจา, นางกมลรัตน์ จึงวัฒนตระกูล, นางพุทธชาด ศรีสุริยันโยธิน นายอดิคุณ โพธิมะโน, นายประวิทย์ ธนะทรัพย์ชูศักดิ์, นายสมใจ เหล่าชายเชื้อ, นางเพชรรัตน์ พรมพันธ์, นางประวีณา วงค์กลม, นายชวลิต ลิบประเสริฐ นายรัศมี เข็มเพชร

Recommended Posts