In ข่าวสาร

จับแก๊งกัมพูชา ล้วงกระเป๋าหญิงท้อง

จับแก๊งกัมพูชา ล้วงกระเป๋าหญิงท้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ – ศปอส.ตร.แถลงข่าวจับกุมแก๊งล้วงกระเป๋า/กรีดกระเป๋า ชาวกัมพูชา รวม 6 คน โดยเลือกก่อเหตุตามแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้ากลางใจเมือง

 

จับแก๊งกัมพูชา

 

 

ตามนโยบายของรัฐบาล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยโดยการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจนครบาล บูรณาการร่วมกันปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม

 

 

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2561 กลุ่มผู้ต้องหาข้ามแดนมาจากประเทศกัมพูชา แล้วนัดหมายเดินทางมาก่อเหตุที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก โดยหาเหยื่อที่ไม่ได้ระมัดระวังทรัพย์สิน กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มผู้ต้องหาพบผู้เสียหายเป็นผู้หญิงมาคนเดียว เห็นสบโอกาสจึงเข้าก่อเหตุล้วงเอาโทรศัพท์มือถือจากระเป๋าของผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป หลังผู้เสียหายรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความ หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจสอบภาพวงจรปิด และออกติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ในวันที่ 7 ธ.ค.2561 ขณะกำลังจะมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก

 

พร้อมตรวจยึดของกลาง

– โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 6 เอสพลัส จำนวน 1 เครื่อง (ราคาประมาณ 16,500 บาท)
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร”

 

จากการสอบถามผู้ก่อเหตุให้การว่า มักจะเลือกก่อเหตุล้วงกระเป๋าตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า และตามสถานีรถไฟฟ้า โดยเลือกเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไม่ทันระวังตัว และชาวต่างชาติ เนื่องจากไม่ค่อยแจ้งความดำเนินคดี

 

ข้อสังเกต 

1) เป็นกรณีที่คนร้ายชาวต่างชาติ ก่อเหตุในประเทศไทย ที่ผ่านมามีการจับกุมแก๊งล้วงกระเป๋าชาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย เวียดนาม
2) การก่อเหตุดังกล่าวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบถึงการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย
3) คนร้ายมักเลือกก่อเหตุกับชาวต่างชาติ เนื่องจากชาวต่างชาติมักจะไม่สามารถสื่อสารได้ง่าย หรือผู้ที่ไม่ได้ระมัดระวังทรัพย์สิน
4) เบี้ยประกันภัยทรัพย์สิน ที่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายสูงขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
5) บางครั้งคนร้ายได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และหมายเลขพาสปอร์ต แล้วเดินทางเข้ามาก่อเหตุ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หากมีการนำระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometric) มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันคนร้ายมากขึ้น

 

 

Recommended Posts