In ข่าวสาร

จับคนร้ายหลอกขาย กระเป๋าแบรนด์เนมผ่าน GI เสียหายกว่า 36 ล้านบาท

จับคนร้ายหลอกขาย

 

จับแอดมิน อินสตาแกรม (IG) หลอกให้ลงทุนซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมและฉ้อโกง การขายกระเป๋า แบรนด์เนม ผ่านอินสตาแกรม มูลค่าความเสียหายกว่า 36 ล้านบาท ตามนโยบายรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ที่เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.ให้ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ(ศปอส.ตร.) ,พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะ รองผู้อำนวยการฯ ศูนย์ ศปอส.ตร. , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.บก.สส. สตม. ,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.บก.จร.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ชุดปฎิบัติการที่ 2 ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้าย ใช้สื่อโซเซียลเน็ตเวิร์คหลอกลวงประชาชนผ่านอินสตาแกรม(Instagram) โดยมีผู้เสียหายจำนวนมาก

 

กล่าวคือ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2561 ได้เกิดเหตุคนร้าย หลอกลวงผู้เสียหาย ผ่านอินสตาแกรม(Instagram)และโดยหลอกว่า ตนเองสามารถหากระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อดังราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นชาแนล ,หลุยส์ วิสตอง,แอร์เมส ให้กับลูกค้า ได้ โดยมีการโพสโฆษณากระเป๋ารุ่นต่างๆ ผ่านอินสตาแกรม(Instagram) ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อต่างๆจากเพจดังกล่าว จำนวนมาก แต่ความจริง คนร้ายไม่สามารถหากระเป๋าแบรนด์เนม ยี่ห้อดังกล่าว มาจำหน่ายให้กับลูกค้าได้แต่อย่างใด เมื่อผู้เสียหายสั่งซื้อและโอนเงิน คนร้ายก็จะติดต่อไม่ได้แล้วหลบหนีไป จนมีผู้โพสตามหาตัวคนร้ายรายนี้ผ่านกระทู้ต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้

ต่อมา เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้ทราบเหตุดังกล่าว และพบว่ากรณีดังกล่าวมีการแจ้งและร้องเรียนมาที่ ศูนย์ ศปอส.ตร.ด้วย จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุด ศปอส.ตร. เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนและติดตามตัวผู้กระทำผิดรายนี้โดยทันที ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานได้สอบปากคำผู้เสียหาย สอบปากคำพยาน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.อรธิชา เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 30 ปี เป็นแอดมิน เพจ อินสตาแกรม(Instagram) ใช้ชื่อบัญชี “hiso_brandtique” ทำการหลอกลวงขายกระเป๋าแบรนด์เนมให้กับประชาชนทั่วไป โดยมีผู้ติดตามกว่า 13,000 ราย มี นายสรกฤตย์ เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 60 ปี (บิดา น.ส.อรธิชาฯ) เป็นผู้เปิดบัญชีรับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงการสั่งซื้อกระเป๋าจากผู้เสียหาย อีกด้วย จึงได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ คนร้ายรายนี้ ต่อศาลอาญา และศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับที่ จ.25/2562 และ จ.26/2562 ลงวันที่ 10 ม.ค.2562 และจากการสืบสวนทราบว่าน.ส.อรธิชา เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 30 ปี และนางดลหทัย เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 60 ปี (มารดา น.ส.อรธิชา ฯ ) ได้ร่วมกันหลอกคนที่รู้จักร่วมลงทุนซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท และมีผู้เสียหายจำนวนมาก อีกด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ศปอส.ตร.จึงได้ติดตามจับกุมตัว ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย รายละเอียดดังนี้

ต่อมาวันที่ 5 ม.ค. 62 ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.กก.สส.บก.น.4/หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 2, , พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ สว.สส.บก.น.4 , พ.ต.ท.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.อรธิชา เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาตามหมายจับแขวงดุสิต ที่ 80/2561 ลง 20 มีนาคม 2561 , 82/2561 ลง 26 มีนาคม 2561 , 97/2561 ลง 10 เมษายน 2561 , 109/2561 ลง 24 เมษายน 2561 , 127/2561 ลง 21 พฤษภาคม 2561 , 147/2561 ลง 4 มิถุนายน 2561 , 159/2561 ลง 5 มิถุนายน 2561 และ 227/2561 ลง 25 กรกฎาคม 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ กระทำความผิดฐาน พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการให้เช็คพ.ศ. 2534 ”
– ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิตที่ 251/2561 ลง 20 สิงหาคม 2561 ซี่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก”
– ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิตที่ 311/2561 ลง 5 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
รวมทั้งหมด ๑๐ หมายจับ และทำการอายัดตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ จ.25/2562 ลงวันที่ 10 ม.ค.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแต่ประชาชน” อีกด้วย

ต่อมาวันที่ 11 ม.ค. 62 ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.กก.สส.บก.น.4/หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 2, , พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ สว.สส.บก.น.4 , พ.ต.ท.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสรกฤตย์ เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ จ.26/2562 ลงวันที่ 10 ม.ค.2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแต่ประชาชน” นำส่งพนักงานสอบสวน สน. พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาวันที่ 11 ม.ค. 62 ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.กก.สส.บก.น.4/หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 2, , พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ สว.สส.บก.น.4 , พ.ต.ท.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางดลหทัย เบญจพัฒนพงศ์ อายุ 60 ปี ผู้ต้องหา ดังนี้

– ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ 353/2560 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ 1239/2560 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ.188/2560) ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 และหลบหนีไม่มาศาล

– ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ 296/2560 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ.1079/2560 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ.1652/2560 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 3) ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ จ.265/2560 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ”

– ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ จ.89/2560 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ” นำส่งศาลแขวงดุสิตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ ให้ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายกลุ่มนี้ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ได้ที่ ศูนย์ ศปอส.ตร. หรือ ที่ สน.พหลโยธิน ต่อไป

Recommended Posts