In ข่าวสาร

จับกุมอดีตอาจารย์ มหาวิทยาลัยหลอกลวงว่าจัดหางานในออสเตรเลียให้ได้

จับกุมอดีตอาจารย์ มหาวิทยาลัยหลอกลวงว่าจัดหางานในออสเตรเลียให้ได้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งผลการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฏใน สื่อออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

จับกุมอดีตอาจารย์

ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีผ่านเพจ ศปอส.ตร. ว่ามีเพจ Facebook มีพฤติกรรมหลอกลวง ว่าสามารถจัดหางานในต่างประเทศ ได้โพสลงใน Facebook Page “รับสมัครคนไปทำงานต่างประเทศ(ออสเตรเลีย)” โดยโพสข้อความแจ้งรายละเอียดการไปทำงาน ตำแหน่งงานที่ประกาศจัดหางาน เช่น ตำแหน่งงานคนสวน, งานฟาร์ม, งานผู้ช่วยกุ๊ก, งานเกษตรกร เงินเดือน ๖๐,000 – 70,000 บาท โดยได้สร้างโปรไฟล์ ว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Electronic Business จาก University of Tasmania ประเทศออสเตรเลีย และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินค่าดำเนินการให้เป็นเงินคนละ 22,500 – 140,000 บาท ซึ่งต่อมาไม่สามารถจัดส่งไปทำงานในต่างประเทศได้ตามที่ตกลง ทราบว่ามีผู้ถูกหลอกลวง จำนวนกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 1,700,000 บาท

ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง/รอง ผอ.ศปอส.ตร. จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ต.วรณัฏฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี/รอง ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. จัดทีมงานสืบสวน เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 20 – 25 (online team) ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ต่อมาได้สืบสวนทางออนไลน์ทราบว่าชายดังกล่าว มีโปรไฟล์ Facebook ชื่อว่า “Prin Sopa” คือนายปริญญ์ โสภา มีพฤติการณ์คือ มีการโพสลงในเพจ โดยได้ลงรายละเอียดต่างๆไว้อย่างชัดเจน น่าเชื่อถือ และมีการลงประวัติการเรียนการทำงาน ในประเทศออสเตรเลียให้ดู ทำให้เชื่อว่านายปริญญ์ฯ จะสามารถพาไปทำงานที่ต่างประเทศได้จริง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ก็จะมีการนัดผู้เสียหายมาทำสัญญาที่ กรุงเทพมหานคร เพื่อทำสัญญาการจ้างงาน โดยทุกรายจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการประสานงานติดต่อ จำนวน 90,000 บาท และสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นงวดๆ ต่อมาได้ให้ผู้เสียหายส่งเอกสารต่างๆ เพื่อทำวีซ่า และนายปริญญ์ฯ แจ้งว่าจะนัดหมายไปทำวีซ่าในภายหลัง จนเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน นายปริญญ์ฯ ได้บอกว่าเอกสารการขอวีซ่าไม่ผ่าน ไม่สามารถทำวีซ่าได้ ผู้เสียหายจึงได้ขอเงินคืน แต่นายปริญญ์ฯ บอกว่าจะขอทยอยคืนและขอผัดผ่อนเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่านายปริญญ์ฯ ได้หลอกเอาเงินไปอย่างแน่นอน ต่อมากลุ่มผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ ที่ บก.ปคม. และต่อมาได้ดำเนินการขอหมายจับจากศาลอาญา ตามหมายจับที่ 2681/2561 ลง 28 พฤศจิกายน 2561 และในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 20 – 25 (online team) จึงได้ดำเนินการติดตามจับกุม นายปริญญ์ โสภา ผู้ต้องหาในคดีนี้ มาดำเนินคดี ชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายต่อไป

ฐานความผิดของ นายปริญญ์ โสภา
1. หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปี ถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฉ้อโกงประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อแนะนำ ทำอย่างไรจึงไม่ถูกหลอก

1. สมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอดูจากใบอนุญาตจัดหางาน
2. สอบถามเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานว่าบริษัทจัดหางานมีจริงหรือไม่
3. อย่าจ่ายเงินค่าหัว จนกว่าจะทราบกำหนดการเดินทาง
4. ไม่ควรจ่ายเงินค่าบริการ (ค่าหัว) เป็นเงินสด ให้จ่ายผ่านธนาคาร โดยขอคำแนะนำจากธนาคาร
5. เมื่อจ่ายเงินแล้ว ให้ขอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง
6. หลังจ่ายเงินแล้ว หนึ่งเดือนยังไม่ได้เดินทาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานทันที
7. ก่อนออกเดินทางไปทำงานต่างประเทศจะต้องผ่านการอบรมจากเจ้าหน้าที่ฟรี

Recommended Posts