In ข่าวสาร

จับกุมสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์หลอกลวงชาวบ้าน

จับกุมสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์หลอกลวงชาวบ้าน ด้วยศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 3,300 ราย ถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แต่ไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพ ได้รับความเสียหายรวมกว่า 320 ล้านบาท เหตุเกิดที่พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สตึก ภ.จว.บุรีรัมย์พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ประสานงานกับ ภ.จว.บุรีรัมย์และบก.สส.ภ.3 เพื่อเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

 

จับกุมสมาคม

 

จากการสืบสวนทราบว่ามิจฉาชีพกลุ่มนี้ คือ นายเหลา ชื่นรัมย์ กับพวกรวม 9 นาย ปี 2542 ได้จัดตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์การเกษตรสตึก สาขา1 ซึ่งหากสมาชิกเสียชีวิต ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพจากสมาคมฌาปนกิจฯ รายละ 150,000 บาท ทำให้ประชาชนในเขตอำเภอสตึกและอำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์หลงเชื่อสมัครสมาชิก จ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกเรื่อยมา ต่อมาสมาคมได้เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกพื้นที่อำเภอสตึกและอำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ แต่จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าธรรมเนียมการรับสมาชิกนอกเขตรายละ 1,000 บาท ค่าสงเคราะห์ศพแรกเข้าล่วงหน้า 4,000 บาท และค่าอายุสมาชิกที่เกินกว่า 65 ปี ต้องจ่ายเพิ่มอีกปีละ 500 บาท ทำให้มีประชาชนให้ความสนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเป็นอย่างมาก จึงได้เปิดสมาคมฯ สาขา 2 ดำเนินกิจการควบคู่กันไป รวมทั้ง 2 สาขามีสมาชิกมากกว่า 10,000 ราย มีรายได้เข้าสมาคมฯเป็นจำนวนมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งช่วงแรกนั้นทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพตามปกติ

 

ต่อมาปี 2559 มีสมาชิกเสียชีวิตลงประมาณ 100 กว่าราย ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ ได้ยื่นเรื่องเพื่อขอเงินค่าสงเคราะห์ศพจากสมาคมฯ แต่สมาคมฯไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ โดยอ้างว่าขาดสภาพคล่องทางการเงิน แต่เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจสอบการเงินของสมาคมตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2560 พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการเบิกจ่ายเงินออกไปจากบัญชีของสมาคมฯ อย่างผิดปกติ ใช้จ่ายเป็นค่าครุภัณฑ์ เงินยืมทดรองให้กรรมการ จ่ายให้ผู้เสียชีวิตโดยไม่มีหลักฐานเอกสารการจ่ายเงินและผู้รับเงินสงเคราะห์ศพจนหมด จึงไม่สามารถจ่ายค่าสงเคราะห์ศพให้กับสมาชิกได้ ทำให้สมาชิกได้รับความเสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สตึก จำนวนกว่า 3,300 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 320 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันบูรณาการกำลังสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ให้จับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 9 ราย ได้แก่

1.นายเหลา ชื่นรัมย์ 6.นายปิด ใหญ่รัมย์
2.นายบุญมี บุตรสีตะราช 7.นายกี่ ศิริสุข
3.นายอุดม พวงธรรม 8.น.ส.ช่อผกา กุสิรัมย์
4.นายเกษม ไพเราะ 9.น.ส.จิรนุช เสนาบุญ
5.นายอุทัย ยีรัมย์

ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันยักยอกทรัพย์,ร่วมกันดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยมิได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือขึ้นทะเบียนฌาปนกิจสงเคราะห์ ,ร่วมกันดำเนินการการฌาปนกิจสงเคราะห์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย “ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม 2562 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ. ศปอส.ตร. ,พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.3 ,พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.ภ.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. ,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 และหน่วยงานบูรณาการกำลัง ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สถานีตำรวจภูธรสตึก ชุดปฏิบัติการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 9 จุด เพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับและตรวจยึดทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาจากการกระทำผิด ผลการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย และยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 35.6 ล้านบาท นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สตึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

Recommended Posts