In ข่าวสาร

จับกุมมิจฉาชีพ หลอกขายเครื่องสำอางทางอินสตาแกรม

จับกุมมิจฉาชีพ หลอกขายเครื่องสำอางทางอินสตาแกรม ​​ด้วยศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. ,พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 ราย ว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางมูลค่าความเสียหายมากกว่า 300,000บาท เข้าข่ายการกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

จับกุมมิจฉาชีพ

​มิจฉาชีพกลุ่มนี้คือ นางสาวสิริประภาภรณ์ วดีศิรานนท์ และนางสาวณัฏฐินันท์ วดีศิริศักดิ์ มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางทางออนไลน์ โดยฝากโฆษณาทางบัญชีอินสตาแกรมชื่อ “beauticity.th” ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก เมื่อมีผู้เสียหายที่สนใจต้องการซื้อสินค้าจะให้แอดไลน์และส่งเลขบัญชีให้เพื่อชำระค่าสินค้า จากนั้นจะจัดส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งเคอรี่เอ็กเพรส ตามที่อยู่ของผู้เสียหายที่ให้ไว้ เมื่อผู้เสียหายได้รับพัสดุเปิดมาพบว่าภายในบรรจุขนมยี่ห้อ ทิวลี่ ไม่พบสินค้าตามที่สั่งซื้อไว้ ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้โพสต์เฟสบุ้คเพื่อปล่อยเงินกู้ โดยจะนัดพบผู้เสียหายที่สนใจกู้เงินเพื่อมอบเงินตามที่ตกลงกัน และได้ขอเอกสารสำคัญ คือ สมุดบัญชี บัตร ATM และบัตรประชาชนไว้เพื่อประกันการกู้เงิน จากนั้นผู้ต้องหาได้เอาเอกสารดังกล่าวไปใช้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอางทางอินสตาแกรม ซึ่งมีบัญชีอินตาแกรมที่ผู้ต้องหาฝากโฆษณาเช่นนี้อีก 4 บัญชีด้วยกัน

​พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน “แสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลกลวง บุคคลที่สาม หรือประชาชน , มีไว้เพื่อนำออกใช้และใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไปไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

ต่อมาวันที่ 3 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ติดตามไปจับกุมตัวนางสาวสิริประภาภรณ์ วดีศิรานนท์ ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนางสาวณัฏฐินันท์ฯ ผู้ต้องหาอีกรายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น “ระวางโทษจำคุกไม่เกิน5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341, 342(1), 343

2. ความผิดฐาน “มีไว้เพื่อนำออกใช้และใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”​ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา269/5 ,269/6, 269/7 ​อนึ่ง มาตรา 269/7 ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นกึ่งหนึ่ง

3. ความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไปไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (1)

Recommended Posts