In ข่าวสาร

จับกุมผู้ต้องหา ฉ้อโกง อ้างนามสกุล “นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย”
หลอกลวงลงทุนทำธุรกิจผิดกฎหมาย

จับกุมผู้ต้องหา ฉ้อโกง อ้างนามสกุล “นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย” หลอกลวงลงทุนทำธุรกิจผิดกฎหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ และได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม

จับกุมผู้ต้องหา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จริงจังในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้แต่งตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.) โดยได้รวบรวมเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเพื่อเร่งรัดในการปฏิบัติการติดตามจับกุมโดยคนร้ายมีแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งได้มีผู้เสียหายรวมตัวกันร้องเรียน โดยตรงกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ว่ามีมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายจำนวนหลายราย ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกซ์ (Facebook & LINE) โดยอ้างว่าเอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจหุ้นต่างประเทศ/แลกค่าเงินต่างประเทศ/หวยปิงปองออนไลน์ ซึ่งจะได้ผลตอบแทนจากเงินที่ลงทุนต่อวันเป็นจำนวน 5-10% ของเงินลงทุน และมีการแอบอ้างว่าตนใช้นามสกุลนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จนทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อได้โอนเงินให้กลุ่มผู้กระทำผิดจำนวนหลายครั้งและหากผู้เสียหายทราบข้อเท็จจริง ผู้ต้องหาก็จะพูดจาเชิงข่มขู่ผ่านแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์ ว่าจะดำเนินคดีกับผู้เสียหาย จากนั้นเอาเงินทรัพย์สินของผู้เสียหายและหลบหนีไป รวมความเสียหาย 9ราย เป็นเงินจำนวน 3,254,000 บาท

มีรายละเอียด ดังนี้

1.สภ.เมืองระยอง จว.ระยอง ​​ความเสียหาย 1,310,000 บาท(ถอนคำร้องทุกข์)
2.สน.ลาดพร้าว จว.กรุงเทพมหานคร ​ความเสียหาย 1,270,000 บาท
3.สภ.แกลง จว.ระยอง ​​​ความเสียหาย 230,900 บาท
4.สภ.เมืองกระบี่ จว.กระบี่​ ​ความเสียหาย 178,000 บาท
5.สภ.ทุ่งมหาเมฆ จว.กรุงเทพมหานคร​ความเสียหาย 104,000 บาท
6.สภ.ปัว จว.น่าน ​​​ความเสียหาย 50,000 บาท
7.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จว.เชียงใหม่ ​ความเสียหาย 40,000 บาท
8.สภ.เมืองชลบุรี จว.ชลบุรี​​ความเสียหาย 40,000 บาท
9.สภ.ศีขรภูมิ จว.สุรินทร์ ​​​ความเสียหาย 32,000 บาท

 

 

จากการสืบสวนทราบคนร้ายดังกล่าว คือ น.ส.อัญธิกา แก้วศรีสุข ซึ่งมีหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ 350/2560 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 และ หมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 335/2561 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
การกระทำของ น.ส.อัญธิกา แก้วศรีสุข จึงเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา หมายตรา 341 ความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ขอสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ ไปยังประชาชนทั่วไป หากท่านได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกหรือโฆษณาชวนเชื่อ และสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยือ ให้สอบถามข้อมูลได้ที่ ศปอส.ตร.โทร 1155 หรือ ผ่านแอฟพิเคชั่นไลน์(ศปอส.ตร.) หรือ ผ่านเฟซบุ๊ก(Facebook) ของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Recommended Posts