In ข่าวสาร

จับกุมผู้ต้องหาแก๊ง romances scams ชาวไนจีเรียร่วมมือกับคนไทย รวม 6 คน

(ไนจีเรีย 1 คน คนไทย 5 คน ) ก่อเหตุหลายพื้นที่ ทั้งใน กทม. จ.ร้อยเอ็ด จ.สมุทรสาคร

และจ.ระยอง ความเสียหายกว่า 1,802,000 บาท

จับกุมผู้ต้องหาแก๊ง

จับกุมผู้ต้องหาแก๊ง romances scams ชาวไนจีเรียร่วมมือกับคนไทย รวม 6 คน (ไนจีเรีย 1 คน คนไทย 5 คน ) ก่อเหตุหลายพื้นที่ ทั้งใน กทม. จ.ร้อยเอ็ด จ.สมุทรสาคร และจ.ระยอง ความเสียหายกว่า 1,802,000 บาท “ยุทธการ ขุดรากถอนโคนเครือข่าย(ROMANCE SCAM)” ตามนโยบายของรัฐบาล มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้สูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.ในฐานนะ ผอ.ศูนย์ ฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 สตม., พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. และเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. เพื่อปฏิบัติงานดังกล่าว โดยมีผลการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

จากการที่ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดี Romance scam มาโดยตลอดนั้น ต่อมาจึงได้มีการสืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนมากเป็นขบวนการ เข้าลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลทั้งหมด 12 ราย เป็นชาวไทย 8 ราย ชาวไนจีเรีย 4 ราย ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ได้ร่วมสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ 2 ราย, ถูกดำเนินคดีในคดีอื่น 4 ราย จึงได้อายัดตัวไว้แล้ว รวม 6 ราย และหลบหนีออกนอกประเทศจำนวน 1 ราย โดยผู้ต้องหาที่หลบหนีจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาเพียงข้อหาฉ้อโกงธรรมดา เป็นคดีที่ยอมความได้ กลุ่มผู้ต้องหาจะมีการตกลงค่าเสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้วกลับมากระทำผิดซ้ำอีกโดยมิได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทำให้สามารถดำเนินคดีขบวนการนี้ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ อีกทั้งได้นำเอามาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงินมาดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา เพื่อให้เกิดความเข็ดหลาบและเกรงกลัวกฎหมาย ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีกต่อไป สุดท้ายนี้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนคนไทย อย่าได้หลงเชื่อคนร้ายที่แฝงตัวมาเป็นผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊ค(Facebook) และแอปพลิเคชั่น ต่าง ๆ ที่หลอกลวงให้ตกหลุมรักและหลอกให้โอนเงินให้ ทางออนไลน์อีก ทั้งอย่าได้ยินยอมมอบบัญชีธนาคารของตนเองให้กับคนร้ายเพื่อแลกกับเงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะหากไม่มีผู้ร่วมขบวนการเป็นคนไทยร่วมกระทำความผิดด้วยแล้ว ผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติก็ไม่อาจที่จะก่อเหตุและกระทำความผิดจนสำเร็จได้

 

 

Recommended Posts