In ข่าวสาร

จับกุมผู้ค้ายา ชาวไนจีเรีย ลักลอบค้ายาและส่งยาเสพติด (ไอซ์)

ไปต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

จับกุมผู้ค้ายา ชาวไนจีเรีย ลักลอบค้ายาและส่งยาเสพติด (ไอซ์) ไปต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากพรมแดนของประเทศมีการเปิดเสรีมากขึ้น และยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆหลายประเทศ ส่งผลให้ในปัจจุบันมีคนร้ายหรืออาชญากรแฝงตัวมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว

จับกุมผู้ค้ายา

 

และใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดานหรือเป็นทางผ่าน ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นภัยต่อประเทศ จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปชก.ตร. ) ขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนและปราบปรามอย่างจริงจัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ซึ่งได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ก่อนเข้าทำการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชาวไนจีเรียลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (ไอซ์) ให้กับลูกค้า และจำหน่ายไปยังต่างประเทศ โดยจะใช้ผู้หญิงไทยนำยาเสพติดไปส่งยังต่างประเทศ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และมีคำสั่งให้สืบสวนกลุ่มชาวไนจีเรียดังกล่าว ต่อมาสายลับแจ้งว่าได้รับการติดต่อจากชายชาวไนจีเรียว่าต้องการให้สายลับนำยาเสพติดไปส่งให้ โดยจะนำยาเสพติดมาส่งให้กับสายลับ เพื่อให้นำส่งไปยังต่างประเทศในวันที่ 9 มีนาคม 2562

ต่อมาวันที่ 9 มี.ค.2562 สายลับแจ้งว่าชายชาวไนจีเรียนัดให้ตนไปพบที่หน้าห้างบิ๊กซี พระประแดง จึงได้ร่วมกันวางแผนจับกุม และให้สายลับไปยืนรอชายชาวไนจีเรียที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี พระประแดง ต่อมาไม่นานมีชายชาวไนจีเรีย ขับรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน วท 1757 กรุงเทพฯ เข้ามารับสายลับจากนั้นได้ขับออกไป ชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปพบว่ารถคันดังกล่าวได้ขับเข้าไปจอดที่บริเวณโรงแรมเดย์อินน์ ซอยสุขสวัสดิ์ 64

จากนั้นชายชาวไนจีเรียและสายลับได้เข้าไปในห้องเลขที่ 209 ชั้น 2 ต่อมาไม่นานชุดจับกุมได้รับสัญญาณจากสายลับ จึงได้เข้าจับกุมตัวนายพอล สมิทธ์ บราว อายุ 34 ปี สัญชาติไนจีเรีย โดยพบของกลาง คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว พันด้วยพลาสติกใส เป็นแท่งกลม จำนวน 6 ก้อน น้ำหนักประมาณ 324 กรัม ใส่รวมกันอยู่ในถุงเท้าสีครีม และพบโทรศัพท์มือถือของกลางวางอยู่บนโต๊ะในห้องพัก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปนำค้นห้องพักเลขที่ 69/1529 คอนโดแชปเตอร์วันโมเดิร์ลดัชต์ ถ.ราษฎร์บูรณะ แขวงราฎร์บูรณะ เขตราฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อาศัยอำนาจบัตรเจ้าพนักงาน ปปส. เพื่อเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบเครื่องชั่งดิจิตอลกับถุงพลาสติกใส สำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติดอยู่ภายในห้องพักของผู้ต้องหา สอบถามผู้ต้องหาไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งสิทธิ์ และข้อหาให้ทราบว่า“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นจึงได้จัดทำบันทึกจับกุมแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ศปชก.ตร. จะได้สืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวหากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และขอนำเรียนประชาชนว่าหากพบการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้สามารถแจ้งข้อมูลมาที่สายด่วน ศปอส.ตร. ๑๑๕๕ ,สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ๑๑๗๘ และสายด่วน ๑๙๑ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

 

  

Recommended Posts