In ข่าวสาร

จับกุมคนร้ายอ้างตนเป็น “ตำรวจ” โชว์ปืนและระเบิดบังคับข่มขู่ตรวจค้นรีดเอาทรัพย์

จับกุมคนร้ายอ้างตนเป็น “ตำรวจ” โชว์ปืนและระเบิดบังคับข่มขู่ตรวจค้นรีดเอาทรัพย์ ตามนโยบายรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก

จับกุมคนร้ายอ้างตนเป็น

ที่เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.ให้ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ(ศปอส.ตร.) ,พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะ รองผู้อำนวยการฯ ศูนย์ ศปอส.ตร. , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.บก.สส. สตม. ,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.บก.จร.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ชุดปฎิบัติการที่ 2 ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้าย แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข่มขู่กรรโชกเรียกเอาทรัพย์สิน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ได้มีประชาชน ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ผ่านทาง Facebook ว่าบริเวณอาคารห้องเช่าพักอาศัย ย่านหน้า ม.รามคำแหง ในช่วงเวลากลางคืน มีชายฉกรรจ์ จำนวน 2 นาย ตระเวณขี่รถจักรยานยนต์ วนเวียนไปไปตามอาคารต่างๆ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขอตรวจค้นบุคคลที่เดินอยู่ใต้อาคาร หรือบางครั้งจะขึ้นไปเคาะประตูห้องพักเพื่อขอเข้าตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย โดยชายฉกรรจ์ทั้งสองราย ไม่ได้แสดงเอกสารที่ยืนยันว่าตนเองนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ได้กล่าวอ้าง และเมื่อถูกผู้เสียหายถามหาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลทั้งสองก็จะแสดงอาวุธปืน หรือวัตถุคล้ายลูกระเบิดให้ดู และใช้กำลังบังคับให้พาขึ้นอาคารไปยังห้องพักเพื่อค้นหาของผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ เมื่อตรวจค้นห้องพักของเหยื่อแล้วพบว่ามีสิ่งของที่ผิดกฎหมาย คนร้ายจะเลือกใช้วิธีการเรียกรับเอาทรัพย์สินจากเหยื่อเป็นค่าปิดปาก แลกกับการไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้จะเลือกก่อเหตุตามอาคารที่พักที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เพื่อการติดตามสืบสวนจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ภายหลังที่ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุด ศปอส.ตร. เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนและติดตามตัวกลุ่มคนร้ายนี้โดยทันที หากพบว่าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง ก็จะไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวล และต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จากการลงพื้นที่สืบสวนพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้ได้ลงมือก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีผู้เสียหายกล้าเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายเนื่องจากเกรงกลัวว่าตนเองจะมีความผิดไปด้วย

ในการสืบสวนเชิงลึกทำให้ทราบว่าคนร้าย คือ นายอดิศักดิ์ แช่มช้อย อายุ 26 ปี คนที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ และมีนายกิตติศักดิ์ เพชรอาวุธ อายุ 32 ปี เป็นคนนั่งซ้อนท้าย โดยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง และกดดันอย่างหนัก ทำให้คนร้ายทั้งสองหลบหนีออกจากพื้นที่ย่านรามคำแหงไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องขอหมายจับบุคคลทั้งสองต่อศาลอาญา และศาลได้ออกหมายจับบุคคลทั้งสองมีรายละเอียด ดังนี้

นายกิตติศักดิ์ เพชรอาวุธ หมายจับศาลอาญาที่ 2586/2561 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ในความผิดข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

นายอดิศักดิ์ แช่มช้อย หมายจับศาลอาญาที่ 2587/2561 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ในความผิดข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ชุดปฏิบัติการที่ 2 โดย พ.ต.ท.ปัญญา กุลไทย รอง ผกก.กก.สส.บก.น.4/หัวหน้าชุดปฏิบัติการ, พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ, พ.ต.ท.ธานี จิตรธรรม สว.สส.บก.น.4 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ โดย พ.ต.ต.ทวี พลฤทธิ์ สว.สส.ฯ สืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่องจนสามารถจับกุมตัว นายอดิศักดิ์ แช่มช้อย ขณะหลบหนีไปกบดานที่อยู่บ้านเลขที่ 137 ม.4 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนนายกิตติศักดิ์ เพชรอาวุธ อยู่ระหว่างการติดตามตัวจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ พี่น้องประชาชน บุคคลใดที่เคยตกเป็นเหยื่อ ให้กับคนร้ายกลุ่มนี้ ที่อ้างตนว่าเป็นตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมิได้แสดงเอกสารประจำตัวก่อนตรวจค้น และบังคับขู่เข็ญโดยประสงค์ที่จะประทุษร้ายต่อทรัพย์ เรียกร้องเป็นข้อต่อร่องในการหลีกเหลี่ยงการดำเนินคดีตามกฎหมาย ในบริเวณอาคารที่พักย่าน ม.รามคำแหง สามารถติดต่อขอดูตัวคนร้าย และแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้ายได้ที่ ศูนย์ ศปอส.ตร. หรือ ที่ สน.หัวหมาก

 

Recommended Posts