In ข่าวสาร

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 18 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 18 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

 

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 577/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว โดยในวันนี้ (16 พฤศจิกายน 2561) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พลตำรวจตรี กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดที่ 5,6,7,8 และ 9 ได้ประสานการปฏิบัติกับ พลตำรวจโท สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พลตำรวจตรีชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหน่วยทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่

 

ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่” ครั้งที่ 18 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดล้อมตรวจค้นยึด/อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ผู้ต้องหา และเพื่อค้นหาพยานหลักฐานตามเรื่องร้องเรียน ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู หนองคาย และ ขอนแก่น จำนวน 14 เป้าหมาย 20 จุดตรวจค้น โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้

​1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ประกอบด้วย นางตุ๊ ฐิติรัตน์สกุล, นายฉัตรแก้ว ตั้งภิรมย์ภักดี และ นางสาวทองใบ รักษาภักดี
​2. แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายยงยุทธ ชาวะนะ, นายบุญส่ง ช่างสีดา, นางรัตติกร พิทักษ์วงษ์วัฒนะ, นายสมศักดิ์ พรหมเดเวช และนางนิตยรดี พงศจีรณพัต
​3.ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย
​​3.1 บ้าน​ ​​จำนวน​​8​หลัง​
​​3.2 อาคารพาณิชย์ ​​จำนวน ​​7 ​คูหา
​​3.3 รถยนต์​​​จำนวน ​​41 ​คัน​​​
​​3.4 โรงงานน้ำแข็ง​​จำนวน​​1​หลัง
​​​​มูลค่าทรัพย์สินรวม 218.7 ล้านบาท
​4.ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 706 ฉบับ มูลค่าโฉนดที่ดินรวม 2,740 ล้านบาท
รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนหลายรายการ

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,958.7 ล้านบาท

 

 

Recommended Posts