In ข่าวสาร

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่

ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลัง พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.ธนารัตน์ มีทองหลาง รองผกก.สส.สภ.ชนบท สนธิกำลัง ศปอส.ตร. ลงพื้นที่ 7 จังหวัดในพื้นที่บช.ภ.9 ประกอบไปด้วยสงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม

 

โดยปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นกลุ่มนายทุน30 กลุ่ม ในพื้นที่7 จังหวัดประกอบไปด้วย สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งเป็นกลุ่มของนางชวนพิศ จันศรีคง อายุ 61 ปี และกลุ่มนายทุนรายอื่น จากการตรวจค้นตรวจยึดโฉนดที่ดิน 1265 ฉบับ มูลค่า1 พันล้านบาท ไปทำการตรวจสอบ

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามในพื้นที่อีสานในหลายท้องที่ จนครั้งนี้มาดำเนินการในพื้นที่ภาคใต้

หลังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตกเป็นผู้เสียหาย 394 ราย ว่าถูกนายทุนชื่อนางชวนพิศ จันศรีคง อายุ 61 ปี มีพฤติกรรมปล่อยดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงทำนิติกรรมอำพราง จนทำให้ชาวบ้านสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งในวันนี้ได้ตรวจยึดโฉนดที่ดินของนางชวนพิศ และกลุ่มนายทุนรายอื่น จำนวน 1265 ฉบับ มูลค่า1 พันล้านบาท ไปทำการตรวจสอบ

ทั้งนี้จากการตรวจค้นบ้านของนางชวนพิศ ภายในบ้านเลขที่ 96 หมู่1 ถ.ประสานมิตร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบโฉนดที่ดิน จำนวน 83 ฉบับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.๓ก. จำนวน 34 ฉบับ รวมมีเน้ือท่ีประมาณ 1388 ไร่ 3 งาน 63 ตารางวา
สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 12เล่มใบคู่มือจดทะเบียน กฉ 8437 สงขลา และสำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 1เล่ม เบื้องต้นนางชวนพิศ ยอมรับว่า เป็นผู้ออกเงินกู้ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงโดยคิดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันไปตั้งแต่ร้อยละ 3 ไปจนถึงร้อยละ 5 ซึ่งถือเป็นเจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ที่สุดในอำเภอหาดใหญ่อย่างนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินรวมถึงโฉนดที่ดินว่ามีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์จำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการกระทำความผิดเพราะจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชนและเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรากว่าที่กฎหมายกาหนด หรือผู้กระทำความผิดอื่นด้วยใช้ อุบายหลอกลวงเอาไปเป็นของตนเอง

ผบช.สตม.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสาร หลักฐานที่ตรวจยึดได้ทั้งหนังสือสัญญากู้ สัญญาจำนอง พบว่ากลุ่มนายทุนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมในลักษณะเดิมคือให้ลูกหนี้ลงชื่อในกระดาษเปล่า จะเห็นได้ว่าจำนวนที่ดินในพื้นที่ภาคใต้จะมีราคาที่ดินสูงกว่าในแถบภาคอีสาน ซึ่งงานปราบปรามเงินกู้ดอกเบี้ยโหดไม่ได้เลือกเฉพาะภาค แต่ทำอย่างเท่าเทียม โดยรายนี้ ถือว่าทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไม่น้อย โดยผลการระดมกวาดล้าง ในจังหวัดสงขลาทั้งหมด จะนำเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย

 

 

Recommended Posts